skip to Main Content

ประวัติสโมสร ยูเวนตุส ยอดทีมจากแดนตูริน ผู้เป็นพระรองตลอดกาลในเวทียุโรป

ถ้าจะพูดถึงสโมสรในอิตาลีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนี้ยังไงก็ต้องนึกถึงยอดทีมจากแดนตูรินอย่าง ยูเวนตุส แน่นอนด้วยผลงานที่คว้าแชมป์ เซเรีย อา อิตาลี มาได้ถึง 7 สมัยติดต่อกันและมีนักเตะโนเนมเข้ามาสร้างชื่อได้อย่างมากมาย ด้วยประวัติศาสตร์ของสโมสรที่มีมาอย่างยาวนานทำให้ ยูเวนตุส กลายเป็นทีมขวัญใจของใครหลายคนเลยทีเดียว

ufabet

เริ่มก่อตั้งสโมสร

ยูเวนตุส ก่อตั้งขึ้นปี 1897 ในชื่อ สปอร์ต คลับ ยูเวนตุส โดยมีนักเรียนที่ชื่อ มัสซิโม เด’อาเซกีโล ที่ศึกษาอยู่ที่เมืองตูรินเป็นผู้ก่อตั้ง  และก็ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอล ยูเวนตุส ในอีกสองปีถัดมา และ ยูเวนตุส ได้เข้าร่วมการแข่งขัน อิตาเลียนฟุตบอล แชมเปี้ยนส์ชิพ ในช่วงปี 1904 ซึ่งใช้ชุดแข่งสีดำและสีชมพูเป็นชุดเหย้าในการแข่งขันและใช้สนาม เวโลโดรโมอัมเบรโต เป็นสนามเหย้าในการแข่งขัน

โดย ยูเวนตุส ได้แชมป์ในรายการนี้ครั้งแรกในปี 1905 แล้วในช่วงเดียวกันนั้นสโมสรได้เปลี่ยนสีประจำทีมจะเป็นสีขาวและสีดำลายทางและกางเกงสีดำ ซึ่งถูกเปรียบเทียบว่าเหมือนสโมสรฟุตบอลในประเทศ อังกฤษ อย่าง น็อตต์ เคาท์ตี้

ในปี 1906 ยูเวนตุส ได้มีการแยกทางกับพนักงานของสโมสรและนักเตะบางส่วนออกไปเนื่องจากต้องการออกไปจากเมืองตูรินเมื่อประธานสโมสร อัลเฟรโด ทราบเหตุการณ์ก็ได้กังกวลใจและไม่มีความสุขเพราะขาดนักเตะหลักในการเล่นกับ โตริโน่ สโมสรร่วมเมืองเดียวกันในเกมส์ ดาร์บี เดลลา โมเล และหลังจากนั้นได้ไม่นานก็ได้เกิดสงครามโลกขึ้นอีกทำให้นักเตะต่างได้แยกย้ายออกจากทีมเพื่อหลบหนี้ภัยสงครามเป็นจำนวนมาก โดย ยูเวนตุส ใช้เวลานานในการสร้างทีมขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่องหลังจากจบ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

จากนั้นเจ้าขององค์กรธุรกิจรถยนต์ในเมืองตูรินอย่าง เอโดอาร์โด อเกลลี ได้เข้ามาควบคุมกิจการของสโมสรในช่วงปี 1923 และได้มีการสร้างสนามเหย้าใหม่ขึ้น (เนื่องจากสนามเดิมได้มีการพังทลายจากเหตุสงครามโลก) พวกเขาได้ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 1926 ด้วยการชนะ อัลบา โรมา ไปถึง 12-1, ด้วยการยิงของ อันโตนีโอ โวจาค ซึ่งเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของฤดูกาล 1925-26

หลังจากนั้นสโมสรได้เป็นกำลังสำคัญในวงการฟุตบอลอิตาลีตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 เป็นต้นมาและได้กลายเป็นสโมสรมืออาชีพครั้งแรกของประเทศและเป็นสโมสรแรกที่มีแฟนคลับกระจายอยู่หลายประเทศ ในขณะนั้น ยูเวนตุส อยู่ภายใต้การคุมทีมของ การ์โล การ์ซาโน อดีตผู้จัดการทีมชาติอิตาลี ซึ่งเขาสามารถนำ ยูเวนตุส ได้แชมป์ลีกในระดับประเทศได้ถึง 4 สมัยติดต่อกัน และในช่วงนั้นมีนักเตะระดับสตาร์ชื่อดังมากมายของสโมสรอาทิเช่น ไรมุนโด ออร์ซิ, ลูอิกี เบอร์โทลินี, จิโอวานนี เฟอร์รารี, ลุยส์ มอนตี

ยูเวนตุส ได้ย้ายไปใช้สนามเหย้าใหม่คือ สตาดีโอโอลิมปิกโกดิโทริโน เป็นสนามเหย้า ในช่วงปี 1933 แต่หลังจากนั้นในช่วงทศวรรษที่ 1940 เป็นต้นมา ยูเวนตุส ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่มาได้เลย หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ทาง กีอันนี อักเนลลี ได้เขามารับตำแหน่งประธานสโมสรต่อมา ยูเวนตุส ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมาได้อีก 2 สมัย โดยในช่วงนั้นสโมสรได้อยู่ภายใต้การคุมทีมของ เจสเซ คาร์เวอร์ ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ.

ในฤดูกาล1957/58 สโมสรได้เซ็นสัญญากับสองกองหน้าชื่อดังอย่าง โอมาร์ ซีโบรี นักเตะลูกครึ่งอิตาลี-อาร์เจนตินา และ จอห์น คาร์เลส นักเตะชาวเวลส์ โดยพวกเขาได้เล่นรวมกับ กีอัมปีเอโร โบนีเปอร์ตี นักเตะชื่อดังของ ยูเวนตุส ในเวลานั้น โดยทั้งสามคนเป็นกำลังสำคัญของ ยูเวนตุส มาโดยตลอดอต่อมานักเตะใหม่อย่าง โอมาร์ ซีโบรี ก็เป็นนักเตะคนแรกของสโมสรที่ได้รับรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป ในปี 1961

ในปีเดียวกันนั้นพวกเขาชนะ ฟิออเรนติน่า ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ เซเรีย อา มาครองได้เป็นสมัยที่ 11 ได้สำเร็จและคว้าแชมป์โคปปา อีตาเลีย ได้ในฤดูกาลเดียวกันพร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สองอย่างครั้งแรกพร้อมกันเป็นครั้งแรกของสโมสรและ โบนีเปอร์ตี ดาวยิงสูงสุดของสโมสร ณ เวลานั้นก็ได้ตัดสินใจเลิกเล่นอาชีพฟุตบอลไปพร้อมสร้างสถิติทำประตูสูงสุดอีกทั้งหมด 182 ประตู

ในช่วงทศวรรษต่อมา ยูเวนตุส ก็ได้แชมป์ลีกอีกครั้งและต่อมาในช่วงปี 1970 ยูเวนตุส ได้เพิ่มความแข็งแกร่งในแต่ละตำแหน่งให้มากขึ้นด้วยการเซ็นสัญญากับ เซสเมียรฺ์ เวียฟซาปาเลก ผู้จัดการทีมชาวเช็กเข้ามาคุมทีมและนำ ยูเวนตุส คว้าแชมป์ เซเรียอา ได้ในฤดูกาล1971/72 และ 1972/73 โดยมีนักเตะชื่อดังหลายคนอาทิเช่น โรแบร์โต เบตเตกา, ฟรานโก กาอูซีโอ และ โชเซ อัลตาฟีนี.

ในช่วงที่เหลือของทศวรรษที่ 70 ยูเวนตุส ได้แชมปฺ์ลีกมากขึ้นซึ่งได้มาถึง 5 สมัย โดยมีกองหลังอย่าง เกเอตาโน ซีซ์เรีย และผู้จัดการทีม ณ ขณะนั้นคือ จีโอวานนี ตราปัตโตนี เป็นคนที่ช่วยนำสโมสรให้ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่องจนถึงทศวรรษที่ 80 ในยุคของ ตราปาตโตนี เป็นยุคที่สโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุด ซึ่งอยู่ในช่วงยุค ค.ศ. 1980 แวนตส เริ่มต้นได้ดีในช่วงทศวรรษใหม่ด้วยการคว้าแชมป์ลีก 3 สมัย โดยในปี 1984ยูเวนตุส สามารถคว้าแชมป์ลีกได้เป็นสมัยที่ 20

ต่อมาทางสมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลีได้รับการอนุญาติจากสโมสรด้วยการให้เพิ่มดาวสีทองดวงที่สองบนเสื้อชุดแข่งของสโมสรและนักเตะของสโมสรอย่าง เปาโล รอสซี ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป เนื่องจาก เปาโล รอสซี เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการนำฟุตบอลทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 1982 แถมยังเป็นทั้งดาวซัลโวและนักเตะยอดเยี่ยมประจำรายการนี้อีกด้วย

นักเตะชาวฝรั่งเศสของสโมสรอีกคนอย่าง มิเชล พลาตินี ก็ถูกเสนอชื่อเป็นนักเตะยอดเยี่ยมอีกคน.ซึ่งเขาก็สามารถคว้ารายการนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน โดย ยูเวนตุส เป็นสโมสรเดียวที่มีนักเตะจากสโมสรคว้าแชมป์รายการนี้ในรอบ 4 ปีติดต่อกัน โดยนัดที่สำคัญของ พลาตินี และเป็นนัดที่สำคัญของสโมสรคือ นัดที่ พลาตินี ทำประตูชัยในศึก ยูโรเปียนส์ คัพ ฤดูกาล 1985 ช่วยให้ ยูเวนตุส เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไป 1-0 และคว้าแชมป์ ยูโรเปียนส์ คัพ มาเป็นสมัยแรกของสโมสรได้สำเร็จ

ยูเวนตุส กลายเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลยุโรปที่ได้รับรางวัลทั้งสามที่สำคัญการแข่งขันของยูฟ่า และหลังจากที่ประสบความสำเร็จของพวกเขาในระดับทวีปถ้วยสโมสรก็กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลและยังคงเป็นสโมสรหนึ่งเดียวของโลกในปัจจุบันที่ได้รับรางวัลจากสมาพันธ์การแข่งขันทั้งหมด

ยูเวนตุส คว้าแชมป์ เซเรียอา ได้ในฤดูกาล1985-86 ซึ่งเป็นแชมป์สมัยที่ 22 ของสโมสรและเป็นแชมป์สุดท้ายในการคุมทีมของตราปาตโตนี พร้อมกับเป็นแชมป์สุดท้ายในช่วงทศวรรษที่ 80 ต่อมาในปี ค.ศ. 1990 ยูเวนตุส ได้ย้ายสนามเหย้าไปใช้สนาม สตาดีโอ เดลเล อัลปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามที่จะใช้แข่งขัน ฟุตบอลโลก 1990

จุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่

มาร์เชลโล ลิปปี ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสรโดยเริ่มคุมทีมตั้งแต่ฤดูกาล1994-95 ฤดูกาลของเขากับ ยูเวนตุส ก็สามารถนำทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้สำเร็จซึ่งครั้งล่าสุดที่สโมสรได้คือในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 โดยมีผู้เล่นชื่อดังหลายคนอาทิเช่น ซีโร เฟอร์รารา, โรแบร์โต บักโจ้, จีอันลูกา วีอัลลี และนักเตะเยาวชนะชื่อดังอย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และทาง มาร์เซลโล ลิปปี สามารถนำ ยูเวนตุส ไปเล่นแชมเปียนส์ ในฤดกาล 1995/96

ซึ่ง มาร์เชลโล ลิปปี นำ ยูเวนตุส ไปถึงรอบชิงชนะเลิศกับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัน โดยผลออกมาเสมอกันไป 1-1 ก่อนที่จะชนะด้วยการดวลลูกโทษไป 2-4 แล้วทำให้ ยูเวนตุส คว้าแชมป์มาได้เป็นสมัยที่ 2

หลังจาก มาร์เชลโล ลิปปี พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ไม่นาน ยูเวนตุส ได้เสริมทัพด้วยการซื้อผู้เล่นชื่อดังที่มีประสิทธิภาพหลายคนอาทิเช่น ฟิลิปโป อินซากี, ซีเนอดีน ซีดาน, เอ็ดการ์ ดาวิดส์.ซึ่งผลจากการซื้อผู้เล่นใหม่มาทำให้สโมสรคว้าแชมป์ เซเรีย อาได้ใน 1996/97 และ 1997/98 และในช่วงเดียวกันนั้น ยูเวนตุส ก็สามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ได้ในปี 1996 ต่อมาในปี ค.ศ. 1997 และปี ค.ศ. 1998 ยูเวนตุส สามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีกได้ถึง 2 รอบ แต่ก็ได้แค่รองแชมป์ด้วยการแพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ เรอัล มาดริด ตามลำดับ

หลังจากผ่านไปนาน มาณืเซโล ลิปปี ก็ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้งในปี 2001 และได้ซื้อผู้เล่นใหม่มามากมายอาทิเช่น จิอันลุยจิบุฟฟ่อน, ดวด เทรเซเก้ , พาเวล เนดเวด และ ลิลิยง ตูราม มาช่วยให้สโมสรสามารถคว้าแชมป์เซเรียอาได้ในฤดูกาล 2001/02และ2002-03 ในปี ค.ศ. 2003 ยูเวนตุสใ นฐานะแชมลีกได้เข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกจนเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศโดยพบกับ เอซี มิลาน ผลออกมาเสมอ 0-0 แต่ ยูเวนตุส ก็เป็นฝ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ

จากการแข่งขันนี้ทำให้ มาร์เซโล่ ลิปปี ได้ลาออกจากผู้จัดการทีมแล้วไปคุม ฟุตบอลทีมชาติอิตาลีแทนทำให้ต้องหยุดสถิติการนำ ยูเวนตุส คว้าแชมป์รายการทั้งหมดไว้แค่ 13 รายการ แต่เขาก็ยังเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จกับ ยูเวนตุส อยู่ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

เหตุการณ์สุดอื้อฉาวในวงการฟุตบอลอิตาลี

จากนั้น ฟาบิโอ คาเปลโล ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมให้สโมสรในปี 2004 โดย ฟาบิโอ คาเปลโล สามารถนำทีมได้อันดับที่ 3 ของลีก ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2006 ยูเวนตุส กลายเป็นหนึ่งในห้าสโมสรที่เชื่อมโยงกับเรื่องอื้อฉาวในการล้มบอลผลจากการลงโทษทำให้ ยูเวนตุส ได้ถูกลดชั้นลงไปเล่น เซเรีย บี ซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสร นอกจากนั้น ยูเวนตุส ก็ได้ปลด ฟาบิโอ คาเปลโล ออกจากเป็นผู้จัดการทีม

และผู้เล่นคนสำคัญหลายคนที่เหลืออยู่หลังจากสโมสรได้ถูกปรับชั้นให้ลงไปเล่นใน เซเรีย บี อาทิเช่น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ฟาบิโอ คันนาวาโร แต่ผู้เล่นคนอื่นก็ยังตัดสินใจอยู่ร่วมช่วยสโมสรเพื่อให้กับไปเล่นในเ ซเรีย อา ต่อเช่น อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ , พาเวล เนดเวด ขณะที่ผู้เล่นเยาวชนจากพรีมาเวรา เช่น เซบัสเตียน โจวินโก และ เคลาดีโอ มาร์คีซีโอ ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้เล่นตัวจริงของสโมสรมาช่วยในทีมชุดใหญ่

หลังจากนั้นพวกเขาก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ เซเรีย อา ได้สำเร็จ โดยเป็นสโมสรแรกที่ตกชั้นจาก เซเรีย เอ ไปสู่ เซเรีย บี แล้วใช้เวลาแค่ 1 ฤดูกาลสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ และกัปตันทีมของสโมสรอย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ก็ยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ เซเรีย บี ในฤดูกาล 2006/07 ด้วยการทำไป 21 ประตูอีกด้วย

ตั้งแต่กลับสู่ เซเรีย อา ได้ในฤดูกาล 2007/08 ด้วยการนำทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งมาคุมทีมสองฤดูกาล และ ยูเวนตุส  สามารถจบอันดับที่ 3 ได้หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาในฤดูกาลแรก และในรอบคัดเลือก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2008/09 โดยในรอบเพลย์ออฟถล่มทีมจากสโลวาเกียได้ถึง 5-1 แล้วในรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาสามารถเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ในบ้านและเป็นแชมป์กลุ่มจึงสามารถทะลุเข้ารอบต่อไปได้แต่ก็ต้องปราชัยให้กับ เชลซี  ไปด้วยสกอร์ 3-2

ก่อนจบฤดูกาลสองนัดสุดท้าย และ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ก็โดนไล่ออกหลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ จากนั้นสโมสรได้แต่งตั้ง ซิโร เฟอร์รารา เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวในการคุมทีมสองเกมส์สุดท้ายของฤดูกาล ก่อนที่จะถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2009/10

อย่างไรก็ตามเฟอร์ราราก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จกับสโมสร โดยนำ ยูเวนตุส ตกรอบ บอลถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในรอบแบ่งกลุ่มซึ่งได้แค่อันดับที่ 3 แล้วใน โคปปา อิตาเลีย ก็แพ้ให้กับ อินเตอร์ มิลาน ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แล้วยังพาทีม ยูเวนตุส ได้แค่อันดับที่ 6 ในลีก จากนั้นในเดือนมกราคา 2010 โดย ยูเวนตุส ได้ปลดเฟอร์ราราออกและแต่งตั้ง อัลแบร์โต ซัคเคโรนี เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว

แต่ อัลแบร์โต ซัคเคโรนี ก็ไม่ได้ช่วยให้ ยูเวนตุส มีผลงานที่ดีขึ้นได้ซึ่ง ยูเวนตุส จบอันดับ 7 ของเซเรีย อา ในฤดูกาล 2010/11, อันเดรอา อักเนลลี ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรแทน จีน-คลูเด บลันซ์ โดย อักเนลลี ได้แต่งตั้งให้ อเลสซีโอ เซกโก กับอดีตผู้จัดการทีมของ อูนีโอเนกัลโชซัมป์โดเรีย อย่าง ลูอีกี เดลเนรี เป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรแทน ซาดเชโรนี และเขาก็ได้แต่งตั้งให้ จูเซ็ปเป้ มารอตตา เป็นผู้จัดการทีมของสโมสร

แต่การคุมทีมของ เดลเนรี ก็ล้มเหลวเนื่องจากทำผลงานไม่ได้ดีอย่างที่คิดทาง ยูเวนตุส จึงแต่งตั้งให้อดีตผู้เล่นของสโมสรและเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลทุกคนชื่นชอบและรู้จักกันดีอย่าง อันโตนิโอ คอนเต ซึ่งทำผลงานได้ดีในการเป็นผู้จัดการทีมด้วยการนำทีม สโมสรฟุตบอลเซียนา เลื่อนชั้นจาก เซเรีย บีขึ้ นมาสู่ เซเรีย อา ได้สำเร็จ.

ด้วยแท็กติกและความฉลาดของ อันโตนิโอ คอนเต้ ในฐานะผู้จัดการทีมทำให้เขาสามารถคุมทีม ยูเวนตุส ไปทั้งตลอดฤดูกาล 2011/12 ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่ ยูเวนตุส ต้องแข่งขันแย่งแชมป์ เซเรีย อา กับคู่แข่งอย่าง เอซี มิลาน โดยสถานการที่ถือว่าตัดสินแชมป์ได้อย่างแท้จริงคือในนัดที่ 37 ของลีกซึ่ง ยูเวนตุส เอาชนะกาญารี่ ไป 2-0 และมิลานแพ้ให้กับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง อินเตอร์ มิลานไป 4-2 หลังจากนั้นในนัดสุดท้าย ยูเวนตุส เอาชนะ อตาลันต้า ไปได้ 3-1 ในนัดสุดท้าย ทำให้ ยูเวนตุสเป็นทีมแรกของ เซเรีย อา ที่ไม่แพ้ให้กับทีมใดตลอด 38 เกมที่ทำการแข่งขัน

หากต้องการแทงบอลออนไลน์ แนะนำเลยที่ ufabet เว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจัดให้เต็มที่ทุกวันต้องที่นี่เท่านั้น คลิกเลย!!!

ประวัตินักเตะคนอื่นๆ และประวัติทีมฟุตบอล (อัพเดทเรื่อยๆ)

Back To Top